เคล็ดลับ 7 ข้อ เมื่อขับขี่ในสภาวะถนนที่ไม่ปลอดภัย

เราสามารถพบเจอกับสภาพพื้นถนนที่ไม่ดีได้เสมอเวลาขับขี่ และ 2 สิ่ง ที่พบเจอบ่อยที่สุดคือขับขี่ในช่วงฝนตกและขับขี่ในเส้นทางที่มืด ซึ่งเคล็ดลับต่อไปนี้ จะสามารถช่วยให้การขับขี่ของคุณนั้นปลอดภัยยิ่งขึ้น

article_rotate_tyres_v2_03

ขับขี่ในช่วงฤดูฝน

1. ลดความเร็วในการขับขี่

โดยปกติแล้ว เราไม่ควรขับรถที่ความเร็วเกินมาตรฐาน และควรที่จะลดความเร็วในการขับขี่ขณะฝนตก เนื่องจากเมื่อฝนตก จะทำให้ระยะการเบรกนั้นยาวขึ้น สาเหตุเพราะพื้นถนนที่เปียก ทำให้ลื่นและอันตราย รวมถึงทำให้เกิดอาการเหินน้ำได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการลดความเร็วในการขับขี่


2. หลีกเลี่ยงเส้นทางที่เกิดน้ำท่วม

การที่ฝนตกหนักมากนั้น ทำให้เกิดภัยน้ำท่วมโดยเฉพาะบริเวณถนนที่ไม่มีการระบายน้ำ และเมื่อน้ำท่วมบนพื้นถนน ก็ทำให้ยากต่อการคาดเดาความลึกของน้ำเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายเพราะเราไม่ทราบว่าสภาพพื้นถนนที่เรากำลังขับขี่อยู่นั้นเป็นอย่างไร และหากน้ำเข้าไปยังท่อไอเสียและเครื่องยนต์แล้วนั้น แน่นอนว่าจะส่งผลให้รถยนต์ของคุณดับแน่นอน



3. ค่อยๆ แตะเบรก เมื่อขับรถตกหล่ม

ถ้าหากขับรถตกหล่มแล้วใช้งานผ้าเบรกขณะเปียกมากเกินไป อาจทำให้ผ้าเบรกหยุดทำงานหรือไม่สามารถใช้งานได้อีกเลยก็เป็นได้ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อคุณเองรวมถึงผู้ขับขี่บนท้องถนนอีกด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าหากขับรถตกหล่มหรือแอ่งน้ำ สิ่งที่คุณควรปฎิบัติคือ ค่อยๆ เหยียบเบรกเพื่อเพิ่มความร้อนและการเสียดสีให้ผ้าเบรกแห้ง


4. สิ่งที่อันตรายที่สุดคือเมื่อฝนตกแล้วพื้นถนนเปียก

หลังจากฝนตก จะทำให้คราบน้ำมันจากรถยนต์ที่ตกค้างบนพื้นถนนนั้นก่อตัวขึ้นมาใหม่และทำให้พื้นถนนลื่นยิ่งขึ้น ซึ่งคราบน้ำมันจากรถยนต์มักจะมีปริมาณสะสมมากบริเวณสี่แยกหรือไฟจราจรที่รถยนต์มักต้องหยุดรอ เพราะฉะนั้น แม้ว่าฝนหยุดตกแล้ว แต่คุณยังคงต้องขับรถอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการลื่นไถลบนพื้นถนนโดยเฉพาะจุดดังกล่าว



article_rotate_tyres_v2_03

ขับขี่ในช่วงกลางคืน

5. ห้ามลืมเปิดไฟหน้ารถ

เมื่อต้องขับรถในช่วงกลางคืน การเปิดไฟหน้ารถคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เพียงช่วยให้คุณมองเห็นถนนหนทาง แต่ช่วยให้ผู้ขับขี่บนท้องถนนมองเห็นรถยนต์ของคุณด้วย และเมื่อขับขี่บนถนนที่เป็นลูกรังหรือเส้นทางที่เปลี่ยวมืด อย่าลืมเปิดไฟสูงขณะขับขี่และลดไฟต่ำลงเมื่อมีรถสวนวิ่งมา


6. อย่าจ้องไฟรถเป็นเวลานานๆ

อย่างที่รู้กันว่ารถยนต์ทุกคันมีไฟหน้าและไฟท้ายรถ แต่เราไม่ควรจ้องแสงไฟของหน้ารถที่กำลังสวนเลนมา เพราะการจ้องแสงไฟเป็นเวลานานๆ อาจทำให้คุณตาพร่าหรือบอดไปชั่วขณะ และทำให้ค่าสายตาการมองเห็นในช่วงกลางคืนลดลงอีกด้วย ดังนั้น คุณจึงควรตั้งใจขับขี่และมองไปที่ถนน และไม่ควรมองหรือจ้องไปที่แสงไฟของรถยนต์ที่ขับสวนเลน



7. ไม่ขับขี่เมื่อมีอาการง่วงหรือมึนเมา

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การขับขี่ในช่วงกลางคืนนั้นอันตรายกว่ากลางวัน คือผู้ขับขี่อาจมีอาการง่วงหรือมึนเมา ซึ่งผู้ขับขี่เหล่านี้มักจะละเมิดป้ายจราจร ขับขี่บนเลนสวน หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว เป็นต้น สิ่งที่จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากอุบัติเหตุขณะขับขี่ในช่วงกลางคืนได้นั้น คือ การระวังผู้ขับขี่อื่นๆ บนท้องถนน ถ้าหากเห็นรถยนต์คันอื่นมีท่าทีการขับขี่ที่อันตราย คุณควรเว้นระยะห่างจากรถยนต์คันดังกล่าวและขับให้ช้าลง นอกจากนั้น ไม่ขับขี่รถยนต์เมื่อดื่มแอลกอฮอล์