กิจกรรม

ระเบิดความมันส์ครั้งยิ่งใหญ่กับผลการแข่งขัน Formula Drift Thailand 2009!!

ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับงาน Goodyear Formula Drift Thailand 2009 งานแข่งดริฟท์ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรก และเป็นการเปิดศักราชและเปิดประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการดริฟท์ในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของการจัดงาน กฎ กติกา ระดับสากล และมาตรฐานความปลอดภัยของทั้งนักแข่งและคนดูระดับ FIA รับรอง

งานมีขึ้นเมื่อวันที่ 7-8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่สนามแข่งแห่งใหม่ล่าสุดของเมืองไทย Wonder World Park ซึ่งถือได้ว่าเป็นสนามแข่งดริฟท์ที่ดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยเงินลงทุนกว่า 60 ล้านบาทพร้อมระบบสาธารณูปโภคที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสามารถใช้เป็นสนามเพื่อการแข่งสำหรับกลางคืนได้อีกด้วย (Night Race) ซึ่งงานในครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจเข้าชมเป็นจำนวนมาก บัตรขายหมดที่หน้างานทั้ง 2 วัน โดยถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหน ผู้ชมก็ยังปักหลักอยู่ที่งานเพื่อรับชมการแข่งขันแข่งขันและบูธสินค้าและกิจกรรมต่างๆของผู้สนับสนุน

วันแรก (7พย.) จะเป็นวันที่ให้นักแข่งทั้งหมด ได้ซ้อมและทำการควอลิฟายเพื่อที่จะเข้ารอบ32 คันในวันอาทิตย์ ซึ่งรถที่ผ่านการตรวจสภาพมีมากถึง 50 คัน ทั้งจากในและต่างประเทศ โดยวันเสาร์จะเป็นการคัดเลือกโดยวิธีการวิ่งเดี่ยว ผ่านจุด Clipping Point ต่างๆ ซึ่งนักแข่งหลายๆคนก็พลาดท่าให้กับ Clipping Point แรก ซึ่งจะเป็นวิธีการเอาท้ายเข้าชิดกำแพงให้ได้มากที่สุดเพื่อเรียกคะแนนจากกรรมการ ที่มาจากทั้งประเทศสิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา โดยการเอาท้ายเข้าชิดกำแพงแบบนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกสำหรับการแข่งดริฟท์ในเมืองไทย และนักแข่งไทยยังไม่ชินกับการคิดคะแนนแบบนี้จึงทำให้รถหลายคันจิ้มกำแพงไปเลยทีเดียว แต่ก็ไม่มีปัญหา เนื่องจากระบบ safety ของทั้งนักแข่งและสนามได้มาตรฐาน จึงทำให้นักแข่งไม่ได้รับอันตรายใดๆ ซึ่งไม่เพียงแต่นักแข่งไทยที่จิ้มกำแพงเท่านั้น ยังมีนักแข่งจากประเทศอื่นๆที่จิ้มกำแพงด้วยเช่นกัน

การควอลิฟายดำเนินไปอย่างมันส์หยด สลับกับโชว์พิเศษในสนามที่ช่วยตรึงผู้ชมให้ ติดกับที่นั่งของอัฒจรรย์จนถึงช่วงเย็นของวันเสาร์ และแล้วก้ได้ผู้ที่เข้ารอบ 32 คัน ซึ่งแน่นอนว่านักแข่งตัวเต็งฝีมือระดับโลกอย่าง Mad Mike, Miki ก็เข้ารอบไปตามการคาดการณ์

มาถึงวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นการแข่งขันจริงในแบบ Tandem Battle ซึ่งก็คือการแข่งแบบวิ่งคู่ ซึ่งในวันนี้เป็นที่น่าตื่นเต้นและหวาดเสียว เนื่องจากการแข่งวันนี้ ตัดสินจากการขับรถไล่กัน ให้ชิดกันให้มากที่สุด ซึ่งนักแข่งระดับอาชีพทุกๆคู่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ขับรถชิดกันมากถึงขนาดคนดูที่เชียร์กันนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะ เมื่อ Mad Mike ลงแข่ง ก็จะได้รับเสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังกึกก้องสนามกันเลยทีเดียว

          การแข่งขันในวันอาทิตย์เพื่อคัดเลือกนักแข่งจาก 32 คันให้เหลือ 16 คันเป็นไปอย่างเข้มข้ม นักแข่งไทยเข้ารอบบถึง 23 คน ทีม Goodyear ประเทศไทยและทีม Goodyear จากประเทศต่างๆเข้ารอบกันอย่างถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น เรียวจิ มิกิ ดีกรีแชมป์ D1 ปี 2004 จากประเทศญี่ปุ่น หรือ Mad Mike ดีกรีอันดับ 8 ของโลกเมื่อปี 2008 และแชมป์ปี 2009 จากประเทศนิวซีแลนด์ แต่อย่างไรก็ตาม ดีจัน ดีกรีมือวางอันดับที่ 5 ของโลกจากประเทศมาเลเซีย ก็เข้ารอบนี้ด้วยคะแนนสวยงามเช่นเดียวกัน และต้องไปขับเคี่ยวกับนักแข่งชั้นนำอื่นๆในรอบต่อไป ซึ่งผลปรากฏว่า นักแข่งทีม Goodyear Thailand ทนแรงต้านทานไม่ไหว จึงทำได้ดีที่สุดแค่รอบ 32 คนเท่านั้น และจาก 32 คัน ก็จะต้องคัดเหลือ 16, 8 , 4 ตามลำดับ ซึ่งในรอบ 16 คันนี้ ทาง Formula Drift จะมีชื่อเรียกเก๋ไก๋ว่า “Sweet Sixteen”

จนกระทั่งถึงในรอบ 8 คน นักแข่งไทย กีกี้ – ศักดิ์ นานา ก็เข้ารอบได้ลึกที่สุดเพียงเท่านี้เมื่อพบกับ Mad Mike ก่อนที่จะหมุนไปก่อนเข้าเส้นชัยอย่างน่าเสียดาย  และในรอบ 8 คนสุดท้ายนี้เอง นักแข่งที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งครั้งนี้คือ น้อง เอส- ชนะพล เกิดเปี่ยม อายุเพียงแค่ 16 ปีแต่ก็สามารถเข้ามาถึงรอบลึกๆได้แซงหน้ารุ่นพี่หลายๆคนอย่างคาดไม่ถึง แต่ก็ต้องมาเจอกับ มิกิ เรียวจิไป ถึงแม้ว่าจะแพ้ แต่น้องเอสก็บอกว่า ไม่เสียใจแม้แต่น้อย ซึ่งน้องเอส ใข้ยาง Goodyear Eagle RS-sport ในการแข่งขัน และเข้ามาถึงรอบนี้ จึงได้รับเงินรางวัลพิเศษไปอีก 50,000 บาท ตามที่ทาง Goodyear ได้ประกาศไว้ล่วงหน้า

ส่วนรอบ 4 คนนั้น นักแข่งไทยเพียงหนึ่งเดียวที่เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย คือ นิธิพัฒน์ ละม้ายกุล ก่อนที่จะแพ้ มิกิ เรียวจิ ไปตามความคาดหมาย แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์สุดยอดสำหรับนักแข่งไทย ที่ได้มาแข่งกันแบบตัวต่อตัวกับนักแข่งอินเตอร์ระดับโลกกับงานที่ได้มาตรฐานที่สุดเท่าที่เคยจัดมาในเมืองไทย

            และคู่ชิงชนะเลิศก็เป็นไปตามคาดหมาย คือ Mad Mike พบกับ Miki ซึ่งกว่าที่ Mad Mike จะผ่านพ้นการแข่งกับ Djan มาได้ ก็ต้องแข่งใหม่กันถึง 3 รอบเลยทีเดียว ช่วงนั้นเสียงเชียร์ One more time, One more time! ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสนาม พร้อมกับการเล่นเวฟของคนดู เป็นภาพที่สวยงามมากแบบที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน

          แม้ว่าฝนจะโปรยปรายลงมาในช่วงรอบชิงชนะเลิศ แต่ทั้ง Mad Mike และ Miki ก็ไม่หวั่น โดย Mad Mike เลือกใช้ยาง Goodyear Eagle F-1 Asymmetric ส่วน Miki ใช้ Goodyear Eagle RS-sport ซึ่งก็มีข้อดีกันไปคนละแบบ

และในที่สุดการประกาศผู้ชนะเลิศก็มีขึ้นหลังจากที่แข่งขันกันไป 3 รอบ และเชิญนักแข่งทั้ง 2 คนไปที่เวที แล้วผลการตัดสินของกรรมการจาก 2 ใน 3 คนก็มอบตำแหน่ง
The Winner of Goodyear Formula Drift Thailand 2009 ได้แก่ Mike Whidette จากประเทศนิวซีแลนด์!

         ถือเป็นงานใหญ่ระดับประเทศอีกงานหนึ่ง ที่แฟนๆพันธุ์แท้กีฬามอเตอร์สปอร์ตจะต้องตั้งหน้าตั้งตารอคอย ซึ่งแฟนๆท่านใดสนใจ เดือนธันวาคมนี้จะมีงาน Formula Drift Malaysia ซึ่งถือเป็นสนามที่ 3 ของปีนี้ต่อจากเมืองไทย สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารได้จากที่นี่ www.goodyear.co.th และ www.formuladriftasia.com  และแฟนกีฬาขาดริฟท์ห้ามพลาดกับงาน Goodyear International Drift Series 2010 เริ่มต้นกันเดือนมีนาคม ปีหน้า แน่นอน!