ประวัติ ความสำเร็จ และ นวัตกรรม

ประวัติความเป็นมาของยี่ห้อ "กู๊ดเยียร์"

บริษัทกู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2441 เมื่อ มร.แฟรงค์ ไซเบอร์ลิ่ง ได้กู้เงินมาซื้อโรงงานแห่ง
แรก เพื่อผลิตยางและฝ้ายส่งออกไปกว่าครึ่งค่อนโลก แม้แต่ เมืองที่ขนส่งได้เฉพาะทางรถไฟเท่านั้น และ มร.ไซเบอร์ลิ่ง ได้ ตั้งชื่อบริษัทเพื่อเป็นเกียรติแก่ มร.ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ ซึ่งเป็นผู้ค้น พบวิธีการผลิตยางเป็นคนแรก และใช้สัญลักษณ์เป็นรูปรองเท้า บิน

นวัตกรรม

นวัตกรรม คือ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่มีอย่างต่อเนื่องโดย เฉพาะกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเป็นแกนหลักของกู๊ดเยียร์ บริษัท เริ่มก่อตั้งศูนย์วิจัยขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2486 และได้มีการจดสิทธิ บัตรหลายพันฉบับ การประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ นี้มาจากนักวิทยา ศาสตร์และทางฝ่ายเทคนิคของกู๊ดเยียร์ ซึ่งไม่เพียงแค่งานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับยางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เช่น หัวใจ เทียม, ข้อต่อ, กาว, หญ้าเทียม และ บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร ฯลฯ ศูนย์วิจัยของกู๊ดเยียร์เคยเป็นที่ฝึกอบรมให้ มร.พอล ฟลอรี่ ซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาโพลีเมอร์ งานวิจัยสองชิ้นได้ รับเหรียญรางวัลกู๊ดเยียร์ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของสมาพันธ์ยาง ในประเทศสหรัฐอเมริกาและจะให้เป็นเกียรติเฉพาะผู้ที่สามารถ คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สุดยอดได้ ปัจจุบันนี้นักวิจัยวิทยา ศาสตร์และวิศวกรของกู๊ดเยียร์มาจากทั่วโลกซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยว ชาญด้านยางและโพลีเมอร์โดยเฉพาะ และแตกแขนงออกไปใน สาขาต่างๆ กัน เช่น วิทยาการคอมพิวเตอร์, ฟิสิกส์, คณิตศาสตร์, วิศวกรรมเครื่องกล, โลหะศาสตร์ ฯลฯ เพื่อที่จะ สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือวิธีการใหม่ๆ ออกมาได้อย่าง มากมาย

งานวิจัย

ศูนย์วิจัยของกู๊ดเยียร์เคยเป็นที่ฝึกอบรมให้ มร.พอล ฟลอรี่ ซึ่ง เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาโพลีเมอร์ งานวิจัยสองชิ้นได้รับ เหรียญรางวัลกู๊ดเยียร์ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของสมาพันธ์ยางใน ประเทศสหรัฐอเมริกาและจะให้เป็นเกียรติเฉพาะผู้ที่สามารถคิด ค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สุดยอดได้

วิทยาศาสตร์โพลีเมอร์และยาง

ปัจจุบันนี้นักวิจัยวิทยาศาสตร์และวิศวกรของกู๊ดเยียร์มาจากทั่ว โลกซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยางและโพลีเมอร์โดยเฉพาะ และแตกแขนงออกไปในสาขาต่างๆ กัน เช่น วิทยาการ คอมพิวเตอร์, ฟิสิกส์, คณิตศาสตร์, วิศวกรรมเครื่องกล, โลหะ ศาสตร์ ฯลฯ เพื่อที่จะสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือวิธีการ ใหม่ๆ ออกมาได้อย่างมากมาย
วิทยาศาสตร์โพลีเมอร์และยาง

หลักชัยแห่งความสำเร็จ

กว่า 100 ปีที่ผ่านมา กู๊ดเยียร์เป็นหนึ่งในผู้คิดค้นเทคโนโลยีและ ผลิตยางชั้นแนวหน้าของโลก เริ่มต้นตั้งแต่ มร.ชาล์รส์ กู๊ดเยียร์ ซึ่ง เป็นผู้ค้นพบวิธีการผลิตยาง (วัลคาไนซ์เซชั่น) ในปี พ.ศ.2382 และมีการพัฒนามาจนถึงเทคโนโลยีบับเบิ้ลเบรด ในปี พ.ศ.2547 ซึ่งเป็นผลที่ได้มาจากความล้ำหน้าของงานวิจัยผนวกกับทรีเนี่ยม เทคโนโลยี และจุดนี้เองที่กู๊ดเยียร์สามารถพลิกผันเปลี่ยนตลาด ของออสเตรเลียซึ่งเป็นการผลักดันนวัตกรรมให้ขยายวงกว้างออก ไป

สำหรับนวัตกรรม, เทคโนโลยี และ สมรรถนะของยาง กู๊ดเยียร์ได้ เป็นผู้นำมาโดยตลอดอย่างชัดเจนก็คือ "อีกขีดขั้นแห่งความล้ำ หน้าทางเทคโนโลยี

1898 มร.แฟรงค์ ไซเบอร์ลิ่ง เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทกู๊ดเยียร์ ไทร์แอนด์รับเบอร์ และเลือกใช้ชื่อว่า "กู๊ดเยียร์" เพื่อ เป็นเกียรติให้แก่ มร.ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์

1908 เครื่องยนต์โมเดล ที ของ มร.เฮนรี่ ฟอร์ด ใช้ยางกู๊ด เยียร์

1964 มร.เครก บรีดเลิฟ ได้ใช้ยางกู๊ดเยียร์ในการทำสถิติ ด้วยความเร็วสูงสุด 600 ไมล์ (960 กิโลเมตร) ต่อ ชั่วโมง

 1969 ยางกู๊ดเยียร์ที่ใช้สำหรับยานอวกาศ ได้เคยส่งนักบิน อวกาศลงสู่ดวงจันทร์ และช่วยนำนักบินอวกาศกลับ มายังโลกได้อย่างปลอดภัยมาแล้ว

1971 ยางที่ได้สัมผัสกับพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรกคือ ยางกู๊ดเยียร์

1992 ยางกู๊ดเยียร์อควอเทรด เป็นยางที่นิยมและผู้บริโภค ให้การยอมรับมากที่สุดรุ่นหนึ่งของกู๊ดเยียร์ ทั้งนี้เนื่อง มาจากการออกแบบลายดอกยางและสมรรถนะในการ ขับขี่

1998 กู๊ดเยียร์ฉลองครบรอบ 100 ปี

 2001 กู๊ดเยียร์ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ออกมาเรียกว่า "ทรีเนียมเทคโนโลยี" ซึ่งเป็นการผสมผสานทาง เทคนิคและวิศวกรรมจากสามภูมิภาคของโลกได้แก่ ยุโรป, อเมริกา และ ญี่ปุ่น

 2003 กู๊ดเยียร์เคยยืนอยู่บนจุดสุดยอดของการแข่งขันรถ เป็นผู้ชนะในการแข่งขันชิงแชมป์หลายรายการทั้ง ระดับมืออาชีพและรายการแข่งขันของนักแข่งทั่วไป รวมถึงในการแข่งขันระดับโลกด้วย

 2004 กู๊ดเยียร์ฉลองครบรอบ 50 ปีในการมีส่วนร่วมกับ NASCAR โดยเป็นผู้สนับสนุนทางด้านกีฬาอย่างต่อ เนื่องมายาวนานที่สุด

2005 รันออนแฟรต (ยางที่สามารถวิ่งได้โดยที่ไม่มีลม) รันออนแฟรต (ยางที่สามารถวิ่งได้โดยที่ไม่มีลม) เป็น เทคโนโลยีที่ชั้นยอดซึ่งยังคงมีการพัฒนาอย่างหนัก หน่วง ด้วยการรวมระบบขั้นพื้นฐานที่ประกอบด้วยการ เสริมโครงสร้างยางเข้าด้วยกันกับระบบทีพีเอ็มเอสที ่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา ผ่านการทดสอบและนำมาใช้งาน ได้แล้วในขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมอีกหลาก หลายที่กำลังจะพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นมาอีก